บันทึกสะท้อนคิดการจัดการเรียนการสอน
ชื่อกิจกรรม กระปุกออมสินจากขวดพลาสติก
การประเมินอีพอร์ตฟอร์ลิโอ
รายวิชาการประเมินพัฒนาการของเด็กปฐมวัย
จากการประเมินของผู้ตอบแบบประเมิน พบว่า BLOG มีคุณภาพอยู่ในระดับดีมาก ผู้ประเมินเห็นว่าเนื้อหามีความครบถ้วน ถูกต้อง และสอดคล้องกับรายวิชา การใช้ภาษามีความเหมาะสม เข้าใจง่าย และมีการจัดเรียงเนื้อหาอย่างเป็นลำดับขั้นตอน ทำให้ผู้อ่านสามารถติดตามและทำความเข้าใจได้สะดวก นอกจากนี้ การอธิบายผลงานแต่ละชิ้นมีความชัดเจน แสดงถึงความตั้งใจและความเข้าใจในเนื้อหาเป็นอย่างดี
มีข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนาเพิ่มเติม ได้แก่ การปรับรูปแบบการนำเสนอให้มีความน่าสนใจมากขึ้น เช่น การเพิ่มภาพประกอบหรือสื่อเสริมในบางส่วน และการเรียบเรียงเนื้อหาให้กระชับขึ้นในบางหัวข้อ เพื่อให้ผลงานมีความสมบูรณ์และดึงดูดความสนใจของผู้อ่านมากยิ่งขึ้น
ในขั้นนำเข้าสู่กิจกรรม ครูได้สนทนากับเด็กเกี่ยวกับความหมายของการออมเงิน ประโยชน์ของการออม และตัวอย่างกระปุกออมสินรูปแบบต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นความสนใจและเชื่อมโยงกับประสบการณ์เดิมของเด็ก จากนั้นครูสาธิตขั้นตอนการทำอย่างช้า ๆ พร้อมอธิบายวิธีการใช้อุปกรณ์อย่างปลอดภัย เช่น การใช้กรรไกร การเจาะช่องหยอดเหรียญ และการติดกาว เพื่อให้เด็กเกิดความเข้าใจและสามารถปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้อง
ระหว่างการทำกิจกรรม เด็กส่วนใหญ่มีความกระตือรือร้น สนใจ และตั้งใจทำผลงานของตนเองอย่างเต็มที่ เด็กได้ฝึกการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กจากการตัด ติด ระบายสี และตกแต่งชิ้นงานตามจินตนาการ ส่งผลให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และความภาคภูมิใจในผลงานของตนเอง นอกจากนี้ เด็กยังได้ฝึกทักษะทางสังคม เช่น การรอคอย การแบ่งปันอุปกรณ์ และการช่วยเหลือเพื่อนในบางขั้นตอน
และพบว่าเด็กบางคนยังขาดความคล่องแคล่วในการใช้กรรไกรและการประกอบชิ้นงาน ทำให้ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด ครูจึงเข้าไปให้คำแนะนำเป็นรายบุคคล พร้อมทั้งให้กำลังใจเพื่อเสริมสร้างความมั่นใจ นอกจากนี้ ในบางช่วงเวลาอุปกรณ์ไม่เพียงพอ ทำให้เด็กต้องรอคิว ซึ่งอาจส่งผลต่อความต่อเนื่องของกิจกรรม
จากการสะท้อนคิดหลังการจัดกิจกรรม เห็นได้ว่ากิจกรรมนี้ช่วยให้เด็กเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรง ได้พัฒนาทักษะหลายด้านควบคู่กัน และเข้าใจแนวคิดเรื่องการออมในระดับพื้นฐาน อีกทั้งยังสร้างเจตคติที่ดีต่อการรักษาสิ่งแวดล้อม ในการจัดกิจกรรมครั้งต่อไป ควรเตรียมวัสดุอุปกรณ์ให้เพียงพอ จัดพื้นที่ทำงานให้เหมาะสมและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น รวมทั้งอาจปรับระดับความยากง่ายของขั้นตอนให้สอดคล้องกับความสามารถของเด็กแต่ละคน
รูปภาพประกอบ
การใช้แบบประเมินผลพัฒนาการ / มาตราส่วนประมาณค่า / แบบสำรวจรายการ(Checklists)
การใช้แบบสำรวจรายการ (Checklists) เป็นวิธีการประเมินพัฒนาการเด็กที่ช่วยให้ครูเข้าใจพฤติกรรมและพัฒนาการของเด็กได้อย่างชัดเจน โดยครูต้องกำหนดวัตถุประสงค์ของการประเมินก่อนว่า ต้องการประเมินพัฒนาการด้านใด จากนั้นจึงสร้างแบบประเมินโดยอ้างอิงตามพัฒนาการของเด็กเป็นหลัก การใช้แบบสำรวจรายการจะได้ผลดีที่สุดเมื่อใช้ควบคู่กับการสังเกตพฤติกรรมเด็กอย่างเป็นระบบ
- ประหยัดเวลา บันทึกข้อมูลรวดเร็ว- ยืดหยุ่นได้ สะดวกต่อการทบทวน วิเคราะห์และตีความข้อมูล
- สามารถทำอย่างต่อเนื่อง ไม่จำเป็นต้องเสร็จทันที- ไม่ซับซ้อน ง่ายต่อการฝึกบุคลากร- สามารถติดตามความก้าวหน้า -พัฒนาการได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง
- ประเมินได้ในวงพฤติกรรมที่จำกัด- ต้องทบทวน สะท้อนความคิด- วิเคราะห์และตีความข้อมูลอย่างระมัดระวัง- ไม่สามารถประเมินพฤติกรรมที่ซับซ้อนได้
การเก็บข้อมูลของเด็กที่เป็นกรณีศึกษาโดยใช้ ‘‘แบบประเมินพัฒนาการ"
การสังเกตพฤติกรรมอย่างเป็นระบบ
หลักทั่วไปในการสังเกตพฤติกรรมเด็ก
1. กำหนดจุดมุ่งหมายและวางแผนการสังเกต
2. เตรียมตัว เตรียมเครื่องมือ แบบสังเกต
3. ควรสังเกตครั้งละ 1 คน โดยสังเกตและพักสลับช่วงเวลา
4. จดพฤติกรรมที่ตามองเห็นเท่านั้นถ้าต้องการแปล ตีความ ควรแยกเอาไว้
การตั้งจุดมุ่งหมายในการสังเกตพฤติกรรมเด็ก
1. เพื่อประเมินความสามารถของเด็กค้นหาว่าเด็กมีความสามารถด้านใดและส่งเสริมพัฒนาการทุกด้าน
2. เพื่อวางแผนส่งเสริมพัฒนาการเด็กแต่ละคนจากข้อมูลที่ได้
3. เพื่อตรวจสอบความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง
4. เพื่อศึกษาพัฒนาการด้านใดด้านหนึ่ง
ให้ละเอียดมากขึ้น
5. เพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลในการแก้ปัญหา
6. เพื่อใช้เป็นข้อมูลรายงานผู้ปกครอง ผู้เกี่ยวข้อง
7. เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลใส่แฟ้มประวัติสำหรับแนะแนว ส่งต่อให้ชั้นเรียนที่สูงขึ้น
วิธีการสังเกตพฤติกรรมเด็ก
การสังเกตอย่างมีระบบ สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทโดยใช้เกณฑ์ คือ
1. เกณฑ์ระบบ คือ การสังเกตแบบธรรมชาติและ การสังเกตแบบมีโครงสร้าง
2. เกณฑ์บุคคล คือ การสังเกตโดยผู้สังเกตเข้าร่วม หรือไม่เข้าร่วมอยู่ในหมู่เด็ก
ข้อดีของการสังเกต
1. เด็กไม่ต้องใช้ความสามารถด้านอ่าน-เขียน
2. เด็กอยู่ในสภาพธรรมชาติ
3. กิจกรรมประจำวันดำเนินตามปกติ
4. ทำให้ครูได้ข้อมูลโดยตรง
5. วิธีการเหมาะสม เป็นที่ยอมรับ
ข้อจำกัดของการสังเกต
1. ไม่สามารถวัดความรู้สึกที่เกิดขึ้นภายในต้องสังเกตหลายครั้ง จึงจะเข้าใจเด็กได้
2. ประสบการณ์ของผู้สังเกต การตั้งจุดประสงค์ในการสังเกต การตีความหมายพฤติกรรม
3. ระยะเวลาและจ านวนครั้งในการสังเกต
4. ทำได้ยากขณะที่ครูมีปฏิสัมพันธ์กับเด็ก
ตัวอย่างแบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรม