หน้าเว็บ

วันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

แบบฝึกหัด


แบบฝึกหัด:เทคนิควิธีการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย











การประเมินอีพอร์ตฟอร์ลิโอ

 การประเมินอีพอร์ตฟอร์ลิโอ

ของนางสาวสิริวิมล สอนงาม รหัสนักศึกษา 66121860118
โดยการเชิญผู้อ่านให้เข้าชม BLOG จากนั้นทำแบบประเมินจากลิงค์ด้านล่าง

https://forms.gle/RAB6eR9ux5Byrs2y9


แผนภูมิคำตอบแบบฟอร์ม ชื่อคำถาม: คำถามประเมินBLOG จำนวนคำตอบ:



สรุปรายงานผลการประเมิน

รายวิชาการประเมินพัฒนาการของเด็กปฐมวัย

    จากการประเมินของผู้ตอบแบบประเมิน พบว่า BLOG มีคุณภาพอยู่ในระดับดีมาก ผู้ประเมินเห็นว่าเนื้อหามีความครบถ้วน ถูกต้อง และสอดคล้องกับรายวิชา การใช้ภาษามีความเหมาะสม เข้าใจง่าย และมีการจัดเรียงเนื้อหาอย่างเป็นลำดับขั้นตอน ทำให้ผู้อ่านสามารถติดตามและทำความเข้าใจได้สะดวก นอกจากนี้ การอธิบายผลงานแต่ละชิ้นมีความชัดเจน แสดงถึงความตั้งใจและความเข้าใจในเนื้อหาเป็นอย่างดี

    มีข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนาเพิ่มเติม ได้แก่ การปรับรูปแบบการนำเสนอให้มีความน่าสนใจมากขึ้น เช่น การเพิ่มภาพประกอบหรือสื่อเสริมในบางส่วน และการเรียบเรียงเนื้อหาให้กระชับขึ้นในบางหัวข้อ เพื่อให้ผลงานมีความสมบูรณ์และดึงดูดความสนใจของผู้อ่านมากยิ่งขึ้น




วันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

บันทึกประจำวัน

บันทึกประจำวัน


วันที่ 19 ธันวาคม 2568
สถานที่ฝึกประสบการณ์ โรงเรียนหนองโตง "สุรวิทยาคม"


บันทึกสะท้อนคิดการจัดการเรียนการสอน
ชื่อกิจกรรม กระปุกออมสินจากขวดพลาสติก
  การจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมพัฒนาการของเด็กปฐมวัยอย่างรอบด้าน ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์–จิตใจ สังคม และสติปัญญา โดยเน้นให้เด็กได้ลงมือปฏิบัติจริงผ่านการประดิษฐ์กระปุกออมสินจากขวดพลาสติกเหลือใช้ ซึ่งเป็นการบูรณาการการเรียนรู้ด้านศิลปะเข้ากับการปลูกฝังคุณลักษณะนิสัยที่ดีเรื่องการออม และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจากการนำวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ประโยชน์ใหม่

    ในขั้นนำเข้าสู่กิจกรรม ครูได้สนทนากับเด็กเกี่ยวกับความหมายของการออมเงิน ประโยชน์ของการออม และตัวอย่างกระปุกออมสินรูปแบบต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นความสนใจและเชื่อมโยงกับประสบการณ์เดิมของเด็ก จากนั้นครูสาธิตขั้นตอนการทำอย่างช้า ๆ พร้อมอธิบายวิธีการใช้อุปกรณ์อย่างปลอดภัย เช่น การใช้กรรไกร การเจาะช่องหยอดเหรียญ และการติดกาว เพื่อให้เด็กเกิดความเข้าใจและสามารถปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้อง

    ระหว่างการทำกิจกรรม เด็กส่วนใหญ่มีความกระตือรือร้น สนใจ และตั้งใจทำผลงานของตนเองอย่างเต็มที่ เด็กได้ฝึกการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กจากการตัด ติด ระบายสี และตกแต่งชิ้นงานตามจินตนาการ ส่งผลให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และความภาคภูมิใจในผลงานของตนเอง นอกจากนี้ เด็กยังได้ฝึกทักษะทางสังคม เช่น การรอคอย การแบ่งปันอุปกรณ์ และการช่วยเหลือเพื่อนในบางขั้นตอน

    และพบว่าเด็กบางคนยังขาดความคล่องแคล่วในการใช้กรรไกรและการประกอบชิ้นงาน ทำให้ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด ครูจึงเข้าไปให้คำแนะนำเป็นรายบุคคล พร้อมทั้งให้กำลังใจเพื่อเสริมสร้างความมั่นใจ นอกจากนี้ ในบางช่วงเวลาอุปกรณ์ไม่เพียงพอ ทำให้เด็กต้องรอคิว ซึ่งอาจส่งผลต่อความต่อเนื่องของกิจกรรม

    จากการสะท้อนคิดหลังการจัดกิจกรรม เห็นได้ว่ากิจกรรมนี้ช่วยให้เด็กเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรง ได้พัฒนาทักษะหลายด้านควบคู่กัน และเข้าใจแนวคิดเรื่องการออมในระดับพื้นฐาน อีกทั้งยังสร้างเจตคติที่ดีต่อการรักษาสิ่งแวดล้อม ในการจัดกิจกรรมครั้งต่อไป ควรเตรียมวัสดุอุปกรณ์ให้เพียงพอ จัดพื้นที่ทำงานให้เหมาะสมและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น รวมทั้งอาจปรับระดับความยากง่ายของขั้นตอนให้สอดคล้องกับความสามารถของเด็กแต่ละคน

รูปภาพประกอบ









 

ทะเบียนคุมชิ้นงาน

ทะเบียนคุมชิ้นงาน

https://drive.google.com/file/d/16L9TSKW85huWkpeISEbDNTZ89R3tbbSo/view?usp=sharing 





การใช้แบบประเมินผลพัฒนาการ

 การใช้แบบประเมินผลพัฒนาการ / มาตราส่วนประมาณค่า / แบบสำรวจรายการ(Checklists)

    การใช้แบบสำรวจรายการ (Checklists) เป็นวิธีการประเมินพัฒนาการเด็กที่ช่วยให้ครูเข้าใจพฤติกรรมและพัฒนาการของเด็กได้อย่างชัดเจน โดยครูต้องกำหนดวัตถุประสงค์ของการประเมินก่อนว่า ต้องการประเมินพัฒนาการด้านใด จากนั้นจึงสร้างแบบประเมินโดยอ้างอิงตามพัฒนาการของเด็กเป็นหลัก การใช้แบบสำรวจรายการจะได้ผลดีที่สุดเมื่อใช้ควบคู่กับการสังเกตพฤติกรรมเด็กอย่างเป็นระบบ




ข้อดีของการใช้ Checklists
- ประหยัดเวลา บันทึกข้อมูลรวดเร็ว
- ยืดหยุ่นได้ สะดวกต่อการทบทวน วิเคราะห์และตีความข้อมูล                                                      
- สามารถทำอย่างต่อเนื่อง ไม่จำเป็นต้องเสร็จทันที
- ไม่ซับซ้อน ง่ายต่อการฝึกบุคลากร
- สามารถติดตามความก้าวหน้า                                                                                                  -พัฒนาการได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง
ข้อจำกัดของการใช้ Checklists

- ประเมินได้ในวงพฤติกรรมที่จำกัด
- ต้องทบทวน สะท้อนความคิด
- วิเคราะห์และตีความข้อมูลอย่างระมัดระวัง
- ไม่สามารถประเมินพฤติกรรมที่ซับซ้อนได้

การเก็บข้อมูลของเด็กที่เป็นกรณีศึกษาโดยใช้ ‘‘แบบประเมินพัฒนาการ" 



การสังเกตพฤติกรรมอย่างเป็นระบบ

 การสังเกตพฤติกรรมอย่างเป็นระบบ

     การสัมภาษณ์เป็นวิธีการประเมินที่เปิดโอกาสให้ครูได้สอบถามหรือสนทนากับเด็กอย่างมีจุดมุ่งหมาย โดยมีการบันทึกข้อมูลทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์จะช่วยสะท้อนความรู้สึก ความคิด ทัศนคติ และการรับรู้ของเด็ก ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัยการสังเกตพฤติกรรมเด็กเป็นวิธีการประเมินพัฒนาการตามสภาพจริงที่เหมาะสมกับเด็กปฐมวัย ครูทำหน้าที่เฝ้าดูพฤติกรรม การแสดงออก และการมีปฏิสัมพันธ์ของเด็กในขณะทำกิจกรรมหรือเล่นตามธรรมชาติ โดยบันทึกข้อมูลจากสิ่งที่เห็นและได้ยินอย่างเป็นกลาง เพื่อใช้ในการประเมินพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา

หลักทั่วไปในการสังเกตพฤติกรรมเด็ก

1. กำหนดจุดมุ่งหมายและวางแผนการสังเกต

2. เตรียมตัว เตรียมเครื่องมือ แบบสังเกต

3. ควรสังเกตครั้งละ 1 คน โดยสังเกตและพักสลับช่วงเวลา

4. จดพฤติกรรมที่ตามองเห็นเท่านั้นถ้าต้องการแปล ตีความ ควรแยกเอาไว้

การตั้งจุดมุ่งหมายในการสังเกตพฤติกรรมเด็ก

1. เพื่อประเมินความสามารถของเด็กค้นหาว่าเด็กมีความสามารถด้านใดและส่งเสริมพัฒนาการทุกด้าน

2. เพื่อวางแผนส่งเสริมพัฒนาการเด็กแต่ละคนจากข้อมูลที่ได้

3. เพื่อตรวจสอบความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง

4. เพื่อศึกษาพัฒนาการด้านใดด้านหนึ่ง

ให้ละเอียดมากขึ้น

5. เพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลในการแก้ปัญหา

6. เพื่อใช้เป็นข้อมูลรายงานผู้ปกครอง ผู้เกี่ยวข้อง

7. เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลใส่แฟ้มประวัติสำหรับแนะแนว ส่งต่อให้ชั้นเรียนที่สูงขึ้น

วิธีการสังเกตพฤติกรรมเด็ก 

การสังเกตอย่างมีระบบ สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทโดยใช้เกณฑ์ คือ

1. เกณฑ์ระบบ คือ การสังเกตแบบธรรมชาติและ การสังเกตแบบมีโครงสร้าง

2. เกณฑ์บุคคล คือ การสังเกตโดยผู้สังเกตเข้าร่วม หรือไม่เข้าร่วมอยู่ในหมู่เด็ก

ข้อดีของการสังเกต

1. เด็กไม่ต้องใช้ความสามารถด้านอ่าน-เขียน

2. เด็กอยู่ในสภาพธรรมชาติ

3. กิจกรรมประจำวันดำเนินตามปกติ

4. ทำให้ครูได้ข้อมูลโดยตรง

5. วิธีการเหมาะสม เป็นที่ยอมรับ

ข้อจำกัดของการสังเกต

1. ไม่สามารถวัดความรู้สึกที่เกิดขึ้นภายในต้องสังเกตหลายครั้ง จึงจะเข้าใจเด็กได้

2. ประสบการณ์ของผู้สังเกต การตั้งจุดประสงค์ในการสังเกต การตีความหมายพฤติกรรม

3. ระยะเวลาและจ านวนครั้งในการสังเกต

4. ทำได้ยากขณะที่ครูมีปฏิสัมพันธ์กับเด็ก

ตัวอย่างแบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรม



การเก็บข้อมูลเด็กที่เป็นกรณีศึกษา















รายงานการฝึกปฏิบัติการประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ของผู้เรียนระดับปฐมวัย

 

รายงานการฝึกปฏิบัติการประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ของผู้เรียนระดับปฐมวัย

https://drive.google.com/drive/folders/1_EpIJA9SLOR5x1_52eSPQR4MFKlhzVuy?usp=sharing

แบบฝึกหัด

แบบฝึกหัด:เทคนิควิธีการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย